แมวไม่ควรกินอะไร ? อาหารต้องห้ามของน้องแมว

แมวไม่ควรกินอะไร? อาหารต้องห้ามของน้องแมว

แมวไม่ควรกินอะไร เมื่อพูดถึงอาหารการกินของน้องแมว หลายๆ คนอาจคิดว่าน้องแมวก็สามารถกินอาหารคนได้เหมือนกัน แต่รู้ไหมว่าความที่เราไม่รู้นี่แหละ เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้น้องแมวเจ็บป่วยถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยนะ และยิ่งใครที่เป็นทาสแมวมือใหม่ด้วยแล้ว ต้องยิ่งศึกษาอาหารแมวต้องห้ามแบบด่วนๆ เลยล่ะ แน่นอนว่าวันนี้เราได้รวบรวมของกินใกล้ตัวของมนุษย์ที่น้องแมวไม่สามารถกินได้มาฝากกัน หากใครไม่รู้ว่าแมวไม่ควรกินอะไร ต้องลองอ่านกันดูค่ะ

10 อย่างที่เจ้าของแมวควรรู้ว่า แมวไม่ควรกินอะไร

1.ยาพาราเซตามอล

แมวไม่ควรกินอะไร

ในยามที่น้องแมวเจ็บป่วย หลายๆ คนอาจเลือกแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการให้น้องแมวกินยาพาราเซตามอลแทน แต่รู้ไหมว่ายาพาราเซตามอลถือเป็นยาที่ร้ายแรงที่สุดสำหรับน้องแมวเลยก็ว่าได้ เนื่องจากในยาพาราเซตามอลนั้นมีส่วนผสมสำคัญที่ทำให้น้องแมวเกิดภาวะผิดปกติในกระแสเลือดได้ ซึ่งเมื่อเลือดของน้องแมวเป็นพิษก็จะทำให้น้องแมวขาดออกซิเจนไปลำเลียงในร่างกาย เป็นผลให้น้องแมวเสียชีวิตได้ในที่สุด โดยอาการเบื้องต้นของแมวที่กินพาราเซตามอลเข้าไปจะมีอาการหอบ น้ำลายไหล อาเจียน หน้าบวมเท้าบวม และเหงือกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำ ซึ่งถ้าเราพาน้องแมวไปหาสัตว์แพทย์ไม่ทัน ฤทธิ์ของพาราเซตามอลนี้จะเข้าไปทำลายระบบหมุนเวียนในร่างกาย และส่งผลให้เสียชีวิตใน 48 ชั่วโมง

2. หัวหอมและกระเทียม

                อย่างที่เราทราบกันดีว่ากระเทียมและหัวหอมนั้นเป็นวัตถุดิบที่มีกลิ่นฉุนและส่งผลให้เราแสบตาจนน้ำตาไหล เนื่องจากในหัวหอมและกระเทียมนั้นมีสารที่ชื่อว่าสารซัลเฟอร์ ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงในร่างกายของแมวแตกตัวออกจากกันได้ ทั้งยังส่งผลให้น้องแมวเกิดภาวะโลหิตจางและโรคกระเพาะอาหารตามมาอีกด้วย  ถ้าใครไม่รู้ว่าแมวไม่ควรกินอะไร ก็อย่าได้สรรหาอาหารแปลกๆ ไปให้น้องแมวกินเลยนะคะ

3.องุ่น และลูกเกด

แมวไม่ควรกินอะไร

                แม้ว่าลูกเกดและองุ่นลูกเล็กๆ ที่เราเห็นอยู่นี้จะเป็นผลไม้ที่มีสีสันน่ารับประทาน แต่หากให้น้องแมวกินองุ่นและลูกเกดนี้เข้าไป อาจส่งผลให้น้องแมวอาเจียนและเกิดภาวะคลื่นไส้อย่างรุนแรงขึ้นได้ ซ้ำยังก่อให้เกิดภาวะไตวายเฉียบพลันได้แบบทันที หากใครที่รักแมวและไม่อยากให้แมวเป็นอันตรายก็อย่าได้นำองุ่นและลูกเกดให้กับน้องแมวเด็ดขาด

ช็อกโกแลต

4.ช็อกโกแลต

                ช็อกโกแลตถือเป็นขนมหวานทานเล่นของใครหลายๆ คนเลยก็ว่าได้ แต่สารในช็อกโกแล็ตที่ชื่อว่า ธีรโอโบรมีน ถือเป็นตัวการสำคัญที่ออกฤทธิ์คล้ายๆ กับคาเฟอีน หากให้น้องแมวกินเข้าไปสารตัวนี้จะก่อให้เกิดอันตรายกับน้องแมวได้ เนื่องจากในร่างกายของสัตว์เหล่านี้นั้นไม่ได้มีเอนไซม์ที่ช่วยย่อยสลายเหมือนกับมนุษย์  โดยอาการที่พบได้บ่อยในแมวและสุนัขก็คือ อัตราการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติ อาการใจสั่น ท้องเสีย ลมชัก อาเจียน กล้ามเนื้อกระตุก และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตเลย

5.ไข่ดิบ เนื้อหรือปลาดิบ

                อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้น้องแมวเกิดอาหารอาเจียนและท้องเสียอย่างรุนแรงนั้นก็คือ อาหารดิบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไข่ดิบ ปลาดิบ หรือแม้แต่เนื้อสดๆ ที่ไม่ผ่านกระบวนการทำให้สุกมาก่อน ซึ่งบางคนอาจคิดว่าอาหารดิบเหล่านี้สามารถให้แมวและสุนัขทานได้ แต่รู้ไหมว่าในอาหารดิบเหล่านี้มีสารอะวิดินซึ่งเป็นโปรตีนที่เข้าไปลดการดูดซึมไบโอตินในร่างกายของสัตว์ให้ทำงานได้แย่ลง แน่นอนว่าผลที่ตามมาคือน้องแมวจะมีขนร่วงและขนหยาบมากๆ ดังนั้นแล้วเราควรปรุงให้สุกก่อนจะดีที่สุดค่ะ

6.นมวัว

                นมวัว ถือเป็นอาหารต้องห้ามที่คนชอบให้น้องแมวกินมากที่สุดเลยก็ว่าได้ แต่คุณรู้ไหมว่าในร่างกายของแมวนั้นไม่มีเอนไซม์สำหรับย่อยน้ำตาลแลคโตสที่อยู่ในนมวัวเหมือนกับคน ซึ่งถ้าน้องแมวได้รับสารตัวนี้เข้าไปในร่างกายจะทำให้น้องแมวมีอาการท้องเสียหรืออาเจียนได้ ดังนั้นแล้วทางเลือกที่ดีที่สุดคือ ควรให้น้องแมวกินนมสำเร็จรูปสำหรับแมวจะปลอดภัยที่สุดค่ะ

7.ถั่วแมคคาเดเมีย

                แม้ว่าถั่วแมคคาเดเมียจะเป็นอาหารที่มีประโยชน์กับคน แต่ในทางตรงกันข้ามถั่วแมคคาเดเมียกลับเป็นอาหารอันตรายของแมวเลยล่ะ เพราะในถั่วแมคคาเดเมียนั้นมีสารพิษที่เป็นโทษกับระบบประสาทและกล้ามเนื้อของน้องแมว ซึ่งถ้าน้องแมวได้รับสารตัวนี้เข้าไปจะทำให้น้องมีอาการซึมเศร้า อาเจียน เป็นไข้ กล้ามเนื้ออ่อนแรง ตลอดจนเป็นอัมพาต และรุนแรงถึงเสียชีวิตเลยนะ  

แมวไม่ควรกินอะไร

8.ลูกอมและหมากฝรั่ง

                อีกสิ่งหนึ่งที่เราไม่ควรมองข้ามนั้นก็คือลูกอมและหมากฝรั่ง สำหรับใครที่ชอบให้น้องแมวเลียลูกอมหรือกินหมากฝรั่งด้วยแล้ว ต้องหยุดทำนะคะ เพราะนอกจากมันจะไม่เป็นผลดีกับแมวแล้ว มันยังทำให้น้องแมวเกิดอาการชัก อาเจียน เกิดเลือดออกในกระเพราะอาหาร และตับวายเฉียบพลันขึ้นได้ เนื่องจากในลูกอมหรือหมากฝรั่งนั้นมีสารที่ชื่อว่าสารไซลิทอลผสมอยู่ ซึ่งสารตัวนี้คือตัวการสำคัญที่ทำให้น้ำตาลในกระแสเลือดของน้องแมวลดลงอย่างรวดเร็วและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตเลยล่ะ

9. เครื่องดื่มคาเฟอีน

                เครื่องดื่มคาเฟอีนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ชา กาแฟ น้ำโค้กหรือเครื่องดื่มชูกำลัง ก็ล้วนเป็นสิ่งต้องห้ามที่ไม่ควรให้แมวกิน เนื่องจากสารคาเฟอีนที่ผสมอยู่ในเครื่องดื่มเหล่านี้จะเข้าไปกระตุ้นอัตราการเต้นหัวใจให้เต้นผิดปกติได้ ทั้งยังทำให้น้องแมวอาเจียน กล้ามเนื้อกระตุกสั่นเกร็ง และถึงขั้นหัวใจวายได้ ดังนั้นเครื่องดื่มจำพวกคาเฟอีนจึงเป็นอาหารต้องห้ามที่ไม่ควรให้น้องแมวกิน

10. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

                อย่างที่เรารู้กันดีว่า เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์อย่าง เบียร์ เหล้า หรือไวน์ ก็เป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อสุขภาพของเราทั้งนั้น เพราะขนาดเราดื่มเข้าไปยังรู้สึกมึนหัวเลย แล้วนับประสาอะไรกับน้องแมวตัวเล็กๆ ที่ไม่รู้เรื่องราวอะไร หากน้องแมวเผลอกินเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เข้าไป ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์จะเข้าไปทำลายระบบการทำงานของตับและสมองให้เสื่อมประสิทธิภาพลง หากใครรักน้องแมวก็อย่าทำร้ายน้องแมวด้วยการให้น้องกินแอลกอฮอล์เลยนะคะ

                จริงๆ แล้วอาหารที่ไม่ควรให้แมวกินยังมีอีกมากมาย ทางที่ดีที่สุดควรให้น้องแมวกินอาหารสำหรับแมวโดยเฉพาะจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดค่ะ แต่ถ้าอยากให้น้องแมวกินอาหารที่เราทำ ก็ควรศึกษาข้อมูลดูก่อนว่าอาหารเหล่านั้นน้องแมวสามารถทานได้ไหม ทั้งนี้ก็เพื่อสุขภาพและความปลอดภัยของน้องแมวเป็นหลักค่ะ

อ้างอิง

https://www.bbc.com/thai/international-58214152

https://www.thaihealth.or.th/Content/40403-%E2%80%9C%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E2%80%9D%20%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%96%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87.html

https://today.line.me/th/v2/article/zKm1nD

https://www.sanook.com/health/8581/

Credit By

www.tzsjyba.com

www.reviwecafe.com

www.atikahnorbaki.com

www.viapascher.com

www.karshenascenter.com

www.sildenafiloes.com

www.bakebaker.com

www.mixactivitys.com