แมวเปอร์เซีย ราชินีแมวที่ใครๆ ก็รู้จัก

แมวเปอร์เซีย ราชินีแมวที่ใครๆ ก็รู้จัก

แมวเปอร์เซีย เป็นแมวที่ถือกำเนิดในดินแดนตะวันออกกลางแถบเปอร์เซีย หรือในประเทศที่หลายคนรู้จักกันนั่นก็คือ ประเทศอิหร่าน และประเทศตุรกีซึ่งเชื่อว่าแมวสายพันธุ์นี้เป็นลูกหลานของแมวป่าอเมริกา (African wildcat) แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างแน่ชัด ต่อมาเจ้าแมวเปอร์เซียได้ถูกนำเข้ามาเลี้ยงในทวีปยุโรปโดยการนำเข้าของประเทศอิตาลี จากการบันทึกหลักฐานของบรรพบุรุษ และกลายเป็นสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจึงถูกนำพันธุ์ไปขายต่อในประเทศสหรัฐอเมริกาในช่วงปีค.ศ.1900 ซึ่งได้รับการตั้งชื่อตามถิ่นกำเนิด นั่นก็คือ “Persian Cat” มาจนถึงปัจจุบัน

แมวเปอร์เซีย

ที่มา https://pixabay.com/th/

ลักษณะทางสายพันธุ์

เป็นสายพันธุ์ที่มีโครงสร้างของลำตัวตั้งแต่ขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ซึ่งมีน้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ 13-15 กิโลกรัม จึงค่อนข้างมีกระดูกที่ใหญ่หนา และแข็งแรง จุดที่สังเกตเห็นได้ชัดคือ หัวค่อนข้างกลม ตาโต หน้าผากโหนก แก้มเต็ม แก้มเยอะ และจมูกหัก โดยมีขนาดลำตัวยาวประมาณ 14 – 18 นิ้ว หางสั้นตรง ขนยาวสวยดุจเส้นไหมซึ่งเป็นที่ชื่นชอบ และหลงใหลในเหล่าบรรดาคนรักแมวเป็นอย่างมาก หากแบ่งตามลักษณะสายพันธุ์จะพบว่าสามารถแบ่งออกเป็น 7 ชนิด

1. Himalayan เป็นสายพันธุ์ผสมระหว่างแมวสายพันธุ์ไทย ระหว่างวิเชียรมาสกับเปอร์เซีย ซึ่งจะมีจุดตำแหน่งเดียวกับวิเชียรมาส แต่ให้ขนยาวสวยเช่นเดียวกับเปอร์เซีย จุดเด่นที่สำคัญอีกอย่างคือลักษณะดวงตาที่ออกโทนสีฟ้า หรือน้ำเงิน

2. Solid colour เป็นแมวที่มีสีขนสีเดียวตลอดทั้งตัวซึ่งไม่มีตำหนิ หรือไล่เฉดสีไม่ว่าจะเป็นสีขาวบริสุทธิ์ เทาเข้ม ดำสนิท ครีม น้ำตาลช็อกโกแลต

3. Sliver&Golden เป็นแมวที่มีสีขนไล่เฉดสีในเส้นเดียว ทั้งยังมีดวงตาสีน้ำเงินอมเขียว หรือสีเขียวเท่ากัน

4. Tabby หรือแมวลายสลิดโดยมีลวดลายที่ยอมรัยด้วยกันอยู่ 2 แบบก็คือ แบบ Classic และ Mackerel โดยแถบสีเข้มตัดสีอ่อน

ตลอดทั้งตัว

5. Calico & Bi-Color เป็นแมวที่มีสีหลักคือสีขาว และมีสีอื่นอีก 1 สี สำหรับดวงตาก็เช่นกัน เช่นสีตาข้างนึงสีฟ้าอีกข้างสีทองแดงซึ่งความเข้มของสีตาทั้งสองข้างจะค่อนข้างเท่ากัน

6. Shade&Smoke เป็นแมวที่มีลักษณะการไล่สีขนซึ่งแบ่งออกเป็น 3 แบบคือ Shell มีสีที่ปลายขนเพียงเล็กน้อย, Shade มีสีค่อนข้างมากและ Smoke มีสีมากที่สุดในทั้งหมด

7. Parti-colour เกิดจากการถ่ายทอดของโครโมโซมทำให้เกิดแค่เพศเมียเพียงเท่านั้น โดยสีที่พบก็ได้แก่สีกระดองเต่า สีดำสลับแดง สีน้ำเงินครีม หรือสีเทาสลับครีม

แมวเปอร์เซีย

ที่มา https://pixabay.com/th/

บุคลิกและลักษณะนิสัย

แมวเปอร์เซีย โดยปกติจะมีนิสัยค่อนข้างเงียบ ไม่ค่อยซุกซน ไม่ค่อยขี้เล่น ไม่ค่อยสนใจสิ่งรอบข้างในชีวิตประจำวัน มีความใจเย็น และสุขุมพอตัว แต่บางครั้งก็จะมีนิสัยขี้หงุดหงิด ขี้รำคาญ บางตัวก็จะชอบนิสัยเด็กแสดงออกมาจึงเป็นที่รักของเด็ก ๆ เนื่องจากน้องสามารถเป็นเพื่อนเล่น หรือทำกิจกรรมร่วมกับเด็ก ๆ ได้ดี อีกทั้งไม่ทำให้ข้าวของในบ้านพังเสียหายอีกด้วย สำหรับเรื่องความขี้อ้อนคงจะไม่เทียบเท่าแมวสายพันธุ์อื่น ๆ ขอเพียงแค่ได้อยู่ใกล้เจ้าของ หรือนอนตักบ้างเป็นบางครั้ง

การเข้ากับเด็กแมวพันธุ์เปอร์เซีย พวกมันมีความเป็นมิตรกับครอบครัว และยังเข้ากับเด็กๆ ได้ดี แต่ด้วยนิสัยชอบอยู่เงียบ ๆ บางครั้งอาจจะไม่ค่อยชอบให้ถูกรบกวนมากนัก ทำให้หงุดหงิดรำคาญใจ อาจต้องอาศัยความคุ้นเคยเพื่อให้สัตว์เลี้ยง และเด็ก ๆ คุ้นชินกัน และจำเป็นจะต้องฝึกให้อยู่ร่วมกันตั้งแต่อายุยังเล็ก ๆ

แมวเปอร์เซีย

ที่มา https://pixabay.com/th/

อาหาร

ในเรื่องของอาหารการกินนั้น ควรเลือกอาหารที่ช่วยให้ทางเดินอาหารของแมวไม่อุดตัน เนื่องจาก แมวเปอร์เซีย จะใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเลียทำความสะอาดขน อันเป็นสาเหตุในการกินหรือกลืนเส้นขนเข้าไปเป็นจำนวนมาก หากเส้นขนจะไปรวมตัวกันในช่องท้องจะทำให้แมวเปอร์เซียสำรอกหรือเกิดปัญหาของระบบย่อยอาหารได้

– โปรตีน (Protein) เพื่อช่วยในการสร้างกล้ามเนื้อคาร์โบไฮเดรต (Carbohydrate) เพื่อช่วยในการสร้างพลังงานแก่ร่างกาย

– ไขมัน (Fat) เป็นแหล่งพลังงานช่วยสะสมไขมันทำให้มีส่วนช่วยในการรักษาสมดุลของร่างกาย รวมถึงการเสริมสร้างส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

– วิตามิน และแร่ธาตุ จะมีส่วนช่วยในการเติมเต็มส่วนต่าง ๆ ของร่างกายที่ขาดหายไปซึ่งอาจจะไม่ได้รับอย่างเพียงพอ หรือร่างกายของเจ้าเหมียวไม่สามารถสร้างได้ด้วยตนเอง จึงจะต้องเสริมด้วยวิตามินแมวต่างๆ หรือวิตามินตามอาหาร

การดูแลทำความสะอาด

– การแปรงขน ควรมีการแปรง และหวีเพื่อให้ขนของน้องไม่พันกันเป็นประจำทุกวัน

– ดวงตา ควรมีการเช็ดทำความสะอาดด้วยก้านสำลี หรือผ้าเช็ดแบบเบา ๆ

– ใบหู ควรใช้สำลีชุบหมาดแล้วเช็ดที่บริเวณใบหู เช็ดทั้งใน และนอกใบหู ใช้เป็นน้ำยาเช็ดหูแมวโดยเฉพาะ แต่การทำความสะอาดไม่ควรเสี่ยงให้น้ำเข้าหูและควรเช็ดให้เบาที่สุด

– การอาบน้ำ หากท่านไม่ค่อยมีเวลามากนักควรอาบน้ำให้น้องอย่างน้อยเดือนละครั้ง แต่หากมีการเล่นสกปรก หรือพอมีเวลาควรหมั่นอาบน้ำให้อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง

– วิธีการเลี้ยงแมวสายพันธุ์เปอร์เซีย ด้วยการแปรงฟันให้ ถือว่าเป็นวิธีที่ถูกต้อง เพราะแมวสายพันธุ์นี้จะติดเชื้อได้ง่าย ดังนั้นจึงไม่ควรเสี่ยงให้น้องแมวติดเชื้อที่ช่องปาก ควรทำการแปรงฟันด้วยยาสีฟันและแปรงของแมวโดยเฉพาะ ซึ่งควรจะต้องแปรงทุกวันก่อนนอน เพื่อลดการติดเชื้อช่องปากและให้น้องแมวอายุยืนยาวมากขึ้น

แมวเปอร์เซีย จะมีสภาวะผลัดขนบ่อยครั้งและจะผลัดขนค่อนข้างมาก เพราะแมวสายพันธุ์นี้เป็นแมวขนยาว การผลัดขนจึงมีมากกว่าแมวสายพันธุ์ขนสั้นและการผลัดขนนี้จะเป็นไปตามธรรมชาติ ดังนั้นผู้ที่เป็นเจ้าของแมวต้องเข้าใจและต้องทำความสะอาดให้ดี เพื่อให้ทั้งตัวคุณเองและน้องแมวไม่ต้องเสี่ยงต่อภาวะภูมิแพ้

แมวเปอร์เซีย

ที่มา https://pixabay.com/th/

อาการและโรคที่อาจเกิดขึ้น

สัตว์เลี้ยงไม่ว่าจะเป็นหมาแมวสายพันธุ์ใดก็มีแนวโน้มในการป่วยได้เช่นกับเปอร์เซีย ซึ่งอาการ หรือโรคส่วนใหญ่ที่เจอบ่อย ได้แก่

– ภาวะทางการหายใจ คือ มีอาการหายใจติดขัด หรือเสียงดังอันเนื่องมาจากช่องจมูกของเจ้าเปอร์เซียค่อนข้างแคบ

– ปัญหาผิวหนังสามารถเกิดโรครา กลาก เกลื้อนรวมถึงผิวหนังตกสะเก็ดต่าง ๆ ได้ง่าย

– ปัญหาสายตา เช่น น้ำตาไหลเยอะ หรือหนังตาม้วน

– ป่วยเนื่องจากอากาศร้อน เนื่องจากแมวสายพันธุ์นี้มักชอบอากาศเย็น

– ซีสต์ที่ไต